วันจันทร์, 23 กุมภาพันธ์ 2569

Check Hacked Phone: มือถือโดนรีโมทดูดเงิน? 5 สัญญาณเตือนต้องเช็ค!

10 ก.พ. 2026
29

ข่าวคนไทยโดน “สายชาร์จดูดเงิน” หรือ “แอปดูดเงิน” จนหมดตัวมีให้เห็นทุกวันในปี 2026 นี้ ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่โจรปล้นธนาคาร แต่เป็น Malware ที่ฝังอยู่ในมือถือของคุณโดยไม่รู้ตัว

วันนี้เราจะมาสอนวิธี check hacked phone ด้วยตัวเองง่ายๆ ว่ามือถือของคุณกำลังถูกแฮกเกอร์ควบคุมระยะไกล (Remote Access) อยู่หรือไม่? เช็คด่วนก่อนเงินหายวูบ!

🚩 5 สัญญาณอันตราย (Warning Signs) check hacked phone

1. แบตเตอรี่หมดไวผิดปกติ

ถ้ามือถือเคยวางไว้เฉยๆ แบตลดนิดเดียว แต่ช่วงนี้แบตไหลเป็นน้ำ ทั้งที่ไม่ได้เล่นเกม แสดงว่ามีแอปฯ แฝงตัวรันอยู่เบื้องหลังเพื่อส่งข้อมูลออกไป

2. เครื่องร้อนจี๋ (Overheat)

มือถือร้อนเองแม้จะวางไว้ในห้องแอร์ หรือใส่กระเป๋ากางเกง แปลว่า CPU กำลังทำงานหนักจากการประมวลผลของไวรัส

3. มีแอปฯ แปลกๆ โผล่มา

ลองเช็คหน้ารวมแอปฯ ถ้าเจอแอปฯ ชื่อแปลกๆ ไอคอนโล่งๆ หรือแอปฯ ที่จำไม่ได้ว่าโหลดมาตอนไหน ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นตัวร้าย

4. เน็ตหมดเร็ว (Data Usage Spike)

เข้าไปดูที่การตั้งค่า Data Usage ถ้าพบว่ามีการใช้อินเทอร์เน็ตพุ่งสูงขึ้น ทั้งที่คุณใช้แค่ Wi-Fi แสดงว่าข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ หรือรหัสผ่านของคุณกำลังถูกอัปโหลดส่งให้โจร

5. หน้าจอติดๆ ดับๆ หรือทัชเอง

อาการ “ผีหลอก” หน้าจอขยับเอง กดเอง หรือมี Pop-up โฆษณาเด้งขึ้นมาบังหน้าจอ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเครื่องโดนควบคุมแล้ว

🛡️ วิธีแก้เบื้องต้น (First Aid)

  1. ตัดเน็ตทันที: ปิด Wi-Fi และดึงซิมการ์ดออก เพื่อตัดการเชื่อมต่อกับแฮกเกอร์
  2. Factory Reset: วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการ “ล้างเครื่องคืนค่าโรงงาน” (อย่าลืมสำรองรูปภาพไว้ก่อน แต่ห้ามสำรองแอปฯ)
  3. เปลี่ยนรหัสผ่าน: หลังจากล้างเครื่องแล้ว ให้เปลี่ยนรหัสแอปธนาคาร อีเมล และ Facebook ใหม่ทั้งหมด

💡 ป้องกันไว้ก่อนแก้

อย่ากดลิงก์ SMS มั่วซั่ว และอย่าโหลดแอปฯ นอก Store เด็ดขาด! หากสงสัยว่าโดนแฮก สามารถโทรแจ้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูวิธีป้องกันภัยไซเบอร์เพิ่มเติมได้ที่หมวด เจาะลึกเทคโนโลยี หรือถ้าใครเครียดจากข่าวนี้ ลองไปหาเรื่องแปลกๆ อ่านคลายเครียดที่หมวด เรื่องแปลกทั่วโลก

อ่านคู่มือความปลอดภัยไซเบอร์ได้ที่ Google Safety Center